ทำความรู้จัก ‘ClickWall’ จาก FAMELINE ผนังสำเร็จรูปกั้นห้องภายในอาคาร ที่แข็งแรงกว่า และประหยัดเวลากว่าทุกระบบผนัง

เมื่อมองไปที่อาคารหนึ่งหลัง องค์ประกอบอย่างผนังภายนอก มักได้รับความสนใจเป็นอันดับแรก เพราะมีบทบาทในการสร้างอัตลักษณ์ และความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรมที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน แต่ในอีกมุมหนึ่ง ‘ผนังภายใน’ ก็มีบทบาทที่สำคัญยิ่งกว่า เพราะเป็นพื้นผิวที่อยู่ใกล้ชิดและสัมพันธ์กับประสบการณ์ของผู้ใช้งานอาคารโดยตรง เปรียบเสมือนเป็นฉากหลังที่กำหนดบรรยากาศของพื้นที่ภายในทั้งหมด ที่ผู้ใช้งานต้องได้สัมผัส มองเห็น และอยู่ใกล้ชิดกับผนังอยู่ตลอดช่วงวัน ซึ่งส่งผลต่อความรู้สึกของพื้นที่ ทั้งในเรื่องของขอบเขตการใช้งาน ความสะอาด และความปลอดภัย

ซึ่งในปัจจุบัน ก็มีระบบของการติดตั้งผนังภายในที่หลากหลาย แต่ก็อาจเกิดปัญหาตามมาภายหลัง หากเลือกใช้งานอย่างไม่เหมาะสม ทั้งวิธีการก่ออิฐฉาบปูนแบบดั้งเดิมที่ติดตั้งด้วยระบบเปียก (Wet Process) ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาการติดตั้งที่ยาวนาน (ประมาณ 10-15 ตารางเมตรต่อวัน) เพราะต้องใช้เวลาในการก่ออิฐ ฉาบปูน และรอให้วัสดุแห้งในแต่ละขั้นตอนก่อนจะเริ่มงานอื่นต่อได้ ส่งผลต่อภาพรวมของแผนงานก่อสร้างโดยตรง ทั้งในเรื่องต้นทุนเวลาและแรงงาน และมีโอกาสเกิดการแตกร้าวของผนัง จากการยืดหดตัวระหว่างโครงสร้างหลักกับผนังก่อฉาบ หรือการใช้วัสดุที่ไม่มีคุณภาพ ซึ่งในระยะยาวอาจนำไปสู่ปัญหาของโครงสร้างอาคารได้

ทำให้มีการพัฒนาระบบผนังเบาที่ติดตั้งด้วยระบบแห้ง (Dry Process) และปิดผิวด้วยแผ่นบอร์ดจากวัสดุต่างๆ แต่ก็อาจเกิดปัญหาเรื่องการเลือกประเภทของวัสดุ ที่อาจไม่ตรงกับลักษณะการใช้งานจริง เช่น การเลือกใช้แผ่นบอร์ดที่ไม่ทนต่อความชื้นในห้องน้ำและห้องครัว ซึ่งนำไปสู่การเกิดคราบเชื้อราและกลิ่นอับ ส่งผลให้เกิดการบวมของแผ่นผนังและผุพังได้ในที่สุด ซึ่งจากปัญหาทั้งหมดนี้ ทำให้ FAMELINE ได้พัฒนาระบบผนัง ‘ClickWall’ ขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์การใช้งานและการติดตั้งผนังภายในยุคใหม่ ด้วยแนวคิด “ติดตั้งไว ใช้งานจริงได้ ปลอดภัย และสวยงามในระยะยาว”

ClickWall คืออะไร? ทำไมถึงแตกต่างจากระบบผนังทั่วไป:

ระบบผนัง ‘ClickWall’ คือ ผนังสำเร็จรูปที่ใช้งานภายในอาคาร โดยการนำจุดเด่นของระบบผนังรูปแบบอื่นๆ มารวมกันในโซลูชันเดียว ทั้งความแข็งแรงที่รับน้ำหนักได้เหมือนผนังอิฐมวลเบาหรือผนังคอนกรีตสำเร็จรูป แต่ก็มีน้ำหนักเบา ทำให้ติดตั้งได้ง่ายและรวดเร็วโดยไม่ต้องฉาบปูนทับเหมือนระบบผนังเบารูปแบบอื่น โดยใช้วัสดุหลักคือ Magnesium ซึ่งเป็นแร่ธรรมชาติที่มีคุณสมบัติทนไฟได้ดีโดยไม่มีอะตอมของคาร์บอน มาผสมกับแมกนีเซียมซัลเฟต เพื่อช่วยกระตุ้นให้เกิดการก่อตัวเป็นวัสดุแข็งคล้ายซีเมนต์ จากนั้นจึงเติมวัสดุเสริมแรงอย่าง Magma Rock และเส้นใยธรรมชาติ เพื่อเพิ่มความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และคุณสมบัติในการป้องกันการแตกร้าว จากนั้นก็นำมาขึ้นรูปเป็นแผ่น และจัดส่งออกจากโรงงาน โดยไม่ต้องใช้การอบซ้ำหรือเผาเพิ่มเติม ทำให้ลดกระบวนการในการปล่อยคาร์บอนให้น้อยลง โดยสามารถออกแบบขนาดของแผ่นได้ถึง 120 x 290 เซนติเมตร ที่ความหนา 10 เซนติเมตร โดยใช้การติดตั้งแบบ Rib & Fameboard ชนชิดเข้าลิ่ม และยึดด้วย Blanket ทั้งด้านบนและด้านล่างกับพื้นและท้องพื้น เพื่อเสริมความแข็งแรง

ติดตั้งเร็วกว่า เบากว่า แต่แข็งแรงกว่า พร้อมใช้งานได้จริง:

ซึ่งจากขนาดแผ่นที่ใหญ่และผิววัสดุที่เรียบเนียน จึงสามารถทำงานตกแต่งผนังต่อได้ทันที ทำให้ ClickWall สามารถติดตั้งได้รวดเร็ว โดยเฉลี่ยประมาณ 80 ตารางเมตรต่อวัน (ต่อแรงงาน 2 คน) ซึ่ง เร็วกว่าการติดตั้งผนังเบาทั่วไป 2 เท่า และ เร็วกว่าผนังก่ออิฐฉาบปูนถึง 4 เท่า แต่มีความแข็งแรงทนทาน ตามมาตรฐาน ASTM 5234-2 ด้วยน้ำหนักเพียง 20 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ซึ่งน้อยกว่าผนังก่ออิฐฉาบปูนถึง 4 เท่า ช่วยแบ่งเบาภาระของโครงสร้าง และลดต้นทุนโดยรวมของโครงการลงได้ สามารถรับแรงแขวนต่อจุดยึดได้สูงสุด 75 กิโลกรัม ซึ่งสูงกว่าผนังเบาทั่วไปถึง 3 เท่า สามารถรับแรงดึงลงได้สูงสุดถึง 55 กิโลกรัม และรับแรงดึงจากด้านข้างได้สูงสุด 70 กิโลกรัม

นอกจากนี้ ClickWall ยังมีคุณสมบัติกันไฟในระดับสูง โดยเป็นวัสดุไม่ติดไฟ และไม่ปล่อยควันพิษเมื่อเกิดเพลิงไหม้ ตามมาตรฐษน ASTM E84: A จึงเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ในการใช้งานกับอาคารที่ต้องการมาตรฐานความปลอดภัยด้านอัคคีภัย

ทางเลือกใหม่ของระบบผนังภายใน ที่ปลอดภัย ยั่งยืน และตอบโจทย์การใช้งานจริง:

และยังช่วยส่งเสริมให้ผู้ใช้งานภายในอาคารเกิดสุขภาวะที่ดีมากขึ้น ด้วยการเป็นวัสดุที่มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ 2.61 กิโลคาร์บอนต่อตารางเมตร ซึ่งน้อยกว่าวัสดุผนังทั่วไปถึง 10 เท่า โดยไม่มีการปล่อยสารระเหย (VOCs) และปราศจากแร่ใยหิน (Asbestos-free) ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ จึงปลอดภัยต่อทั้งผู้ใช้งานและช่างผู้ติดตั้ง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการสื่อสารภายในอาคาร ด้วยค่าการกันเสียง (Sound Transmission Class) ตามมาตรฐาน ASTM 90 อยู่ที่ STC 40 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับกลาง-สูง จึงสามารถนำไปใช้งานกับห้องประชุม ห้องพักในโรงแรม หรือห้องในคอนโดที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

ซึ่งนอกจากความปลอดภัยต่อผู้ใช้งานแล้ว ClickWall ยังมีการใช้วัตถุดิบหลักในการผลิตที่มีความยั่งยืน มีอายุการใช้งานยาวนานและทนต่อการเสื่อมสภาพ ทำให้ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนหรือซ่อมแซมผนังภายในบ่อยๆ ลดการใช้ทรัพยากรและลดขยะที่เกิดจากการรื้อถอนวัสดุเก่า เหมาะสมกับงานผนังภายในของอาคารทุกประเภท ทั้งอาคารพักอาศัย สำนักงาน โรมแรม โรงพยาบาล คอนโดมิเนียม หรืออาคารสาธารณะอื่นๆ

และยังเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการก่อสร้างแบบสำเร็จรูป (Prefabrication) หรืองานที่ต้องการความเร่งด่วนในการติดตั้ง รวมไปถึงงานปรับปรุงต่อเติม (Renovation) เนื่องจากจุดเด่นเรื่องความรวดเร็วในการติดตั้ง น้ำหนักเบา และมีพื้นผิวแผ่นเรียบเนียนสม่ำเสมอ ทำให้ช่วยลดเวลาในการก่อสร้างและการบำรุงรักษาในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นทางเลือกของระบบผนังภายในที่ “ใช้งานได้จริง” และตอบโจทย์กับเจ้าของโครงการ สถาปนิก หรือผู้รับเหมาก่อสร้าง ในตามมาตรฐานที่เหนือกว่า ทั้งแข็งแรงกว่า ทนชื้นกว่า และประหยัดเวลากว่าทุกระบบผนังที่คุณเคยพบมา

สามารถดูข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่นี่:

ClickWall: https://online.anyflip.com/wbgdd/ilfg/mobile/index.html

สามารถติดตามช่องทางอื่นๆ ได้ที่นี่:


บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า