สร้างลวดลายไม้ให้มีมิติและทนทาน ด้วยกระบวนการเคลือบสีฝุ่นลายไม้แบบ ‘Powder on Powder’
รูปแบบของสถาปัตยกรรมในยุคปัจจุบัน จะมุ่งเน้นไปที่สไตล์สมัยใหม่แบบเรียบง่าย (Modern Minimalist) ด้วยเส้นสายที่สะอาดตา เพื่อสร้างพื้นที่ให้ดูโปร่ง โล่ง และสงบ โดยผสมผสานกับการออกแบบที่เชื่อมโยงกับองค์ประกอบของธรรมชาติ (Biophilic Design) เพื่อเข้ามาลดทอนความแข็งทื่อของโครงสร้าง เป็นการเพิ่มเติมสุขภาวะที่ดี (Well-being) ลดความตึงเครียด และสร้างความรู้สึกผ่อนคลายให้กับผู้อยู่อาศัย ทำให้การเลือกใช้งานวัสดุ “ลวดลายไม้” จึงกลายเป็นส่วนสำคัญ ที่เข้ามาเติมเต็มความสมบูรณ์ของงานออกแบบได้ในทุกมิติ อย่างการใช้งานเป็นวัสดุปิดผิวอาคาร (Facade) หรือระแนงบังแดดภายนอกอาคาร ทั้งในส่วนของผนังและฝ้าเพดาน ที่จะช่วยสร้างจังหวะของแสงและเงาให้ดูมีชีวิตชีวาแบบเป็นธรรมชาติ
แต่โจทย์ที่สำคัญของนักออกแบบในการเลือกใช้วัสดุลวดลายไม้ ก็คือความยั่งยืนของการใช้งานในระยะยาว ที่ต้องมีความทนทานต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ซึ่งหากพิจารณาจากตัวเลือกของวัสดุทดแทนไม้ในปัจจุบันแล้ว การเลือกใช้วัสดุอลูมิเนียมเคลือบสีลายไม้ ก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้ดีที่สุด ด้วยคุณสมบัติของความทนทานต่อแดดลมฝน มีน้ำหนักเบา ช่วยลดภาระโครงสร้าง และติดตั้งสะดวกรวดเร็ว แต่บางครั้งก็อาจพบปัญหาเรื่องขอบฟิล์มหลุดร่อนเมื่อเจอความร้อนสะสม หรือลวดลายไม้ที่สวยงามแต่ขาดผิวสัมผัสที่สมจริง ทำให้เทคโนโลยีการเคลือบสีแบบ ‘Powder on Powder’ ถูกพัฒนาขึ้นมา เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานวัสดุอลูมิเนียมลายไม้ ทั้งในด้านความทนทานขั้นสูงสุด และมิติของลายไม้ที่สวยสมจริงบนผิวโลหะอย่างอลูมิเนียม

เทคโนโลยี Powder on Powder: สร้างลายไม้แบบมีมิติจากชั้นสีจริง
ซึ่งนวัตกรรมการเคลือบสีแบบ ‘Powder on Powder’ ก็คือกระบวนการเคลือบสีฝุ่น ที่มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต เพื่อสื่อสารถึงอัตลักษณ์ของลายไม้ธรรมชาติให้ใกล้เคียงที่สุด และเพิ่มการปกป้องพื้นผิววัสดุด้วยในกระบวนการเดียว โดยมีหลักการสำคัญก็คือ โดยมีหลักการสำคัญก็คือการพ่นสีชั้นที่สอง (Top Coat) ลงบนสีรองพื้น (Primer) ซึ่งจะแตกต่างจากกระบวนการผลิตของสีพ่นแบบดั้งเดิม (Powder Coat) ที่เป็นการพ่นสีเพียงชั้นเดียว แล้วสร้างลวดลายไม้ ด้วยวิธีการพิมพ์ลายทับหรือใช้ฟิล์มช่วย ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะช่วยลดต้นทุนและระยะเวลาในกระบวนการผลิต และได้วัสดุลวดลายไม้ที่มีสีติดแน่นทนนานและผิวสัมผัสที่เสมือนจริง


โดยทาง FAMELINE ได้ใช้เทคโนโลยีการพ่นสี ที่ช่วยสร้างลายไม้บนพื้นผิวแบบสามมิติ ตามมาตรฐานจากประเทศอิตาลี ทำให้ลวดลายที่อยู่บนผิววัสดุ มีความทนทานต่อรอยขีดข่วน และการตกกระทบจากรังสียูวี และผิววัสดุก็มีความสวยงามแบบไม่ซีดจาง ซึ่งผงสีรองพื้น (Base Coat) จะถูกฉีดพ่นด้วยประจุไฟฟ้า แล้วนำไปเผาอบที่อุณหภูมิสูง เพื่อให้เกาะติดกับเนื้ออลูมิเนียมอย่างสม่ำเสมอ และแน่นหนาพอที่จะช่วยป้องกันผิวจากการกัดกร่อน จากนั้นก็เข้าสู่เทคนิคของการใช้ผงสีสร้างลวดลายผ่านแผ่นสายพานลายไม้ เพื่อสร้างลวดลายตามธรรมชาติให้นูนขึ้นมา อย่างลายตาไม้ ร่องไม้ หรือการสลับโทนสีเข้ม-อ่อน ก่อนจะนำชิ้นวัสดุไปเผาอบอีกครั้ง จนผงสีทั้งสองชั้นหลอมละลายมารวมกันอย่างสมบูรณ์ เกิดเป็นผิวสัมผัสที่ดูสวยงามมีระดับ และมีความตื้นลึกของร่องลายที่สมจริง สร้างเส้นสายของลวดลายให้มีการเคลื่อนไหวแบบเป็นธรรมชาติ

เหนือกว่าระบบเดิม: ทนทานกว่า พร้อมผลทดสอบ 2,000 ชั่วโมง
ซึ่งกระบวนการเคลือบสีแบบ ‘Powder on Powder’ ได้ถูกพัฒนาขึ้น เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของกระบวนการเคลือบสีวัสดุอลูมิเนียมลายไม้แบบดั้งเดิม อย่างกระบวนการพิมพ์ลายไม้ด้วยความร้อน (Sublimation Film) ที่แม้จะให้ลวดลายที่ดูสวยงาม แต่ก็มักมีข้อจำกัดเรื่องความแบนราบของผิวสัมผัสที่ขาดความสมจริง หรือระบบการพ่นสีแบบชั้นเดียว (Powder Coat) ที่ใช้การพิมพ์ลายทับบนผิววัสดุ ซึ่งแม้จะช่วยเสริมความทนทานได้ดี แต่ก็ยังขาดความรู้สึกที่เป็นผิวธรรมชาติในเชิงลึก
ทำให้เทคโนโลยี Powder on Powder กลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ ที่ตอบโจทย์ทุกข้อจัดกัดในกระบวนการเคลือบผิว ทั้งมาตรฐานของชั้นสีที่สม่ำเสมอกันทั่วทั้งแผ่น แม้จะเป็นพื้นที่ในร่องลึกหรือส่วนแผ่นที่โดนพับไป และความทนทานที่เหมาะสมกับการใช้งานในทุกสภาพอากาศ
ซึ่งมีการทดสอบอย่างเข้มงวด ด้วยเทคโนโลยีเครื่องเร่งสภาวะอากาศ (Accelerated Weathering Test) ซึ่งเป็นการจำลองสภาวะแวดล้อมที่รุนแรงที่สุด ทั้งรังสียูวีแบบเข้มข้น ความร้อนสูงจัด และความชื้นสะสม ด้วยระยะเวลาการทดสอบที่ยาวนานต่อเนื่องกันถึง 2,000 ชั่วโมง ซึ่งเหมือนเป็นการจำลองสถานการณ์การใช้งานจริง เพื่อให้เห็นความแตกต่างของศักยภาพในการยึดเกาะของโมเลกุลสี และความเสถียรของเม็ดสีที่ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่แปรปรวน

ซึ่งหากเป็นระบบสีอื่น อาจเริ่มเกิดสภาวะสีซีดจาง ลายไม้เริ่มเบลอ หรือมีพื้นผิวมีความมันวาวที่เปลี่ยนไป ทำให้ระบบสี ‘Powder on Powder’ ได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพอันเหนือชั้น ของการรักษาสภาพลวดลายและเฉดสีของพื้นผิวไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งบ่งบอกถึงอายุการใช้งานของวัสดุที่ยืนยาว และเป็นเกราะป้องกันที่ช่วยให้อาคาร ยังคงความสวยงามเหมือนใหม่ได้อยู่เสมอ
ลายไม้ที่สวยสมจริง พร้อมความทนทานสำหรับทุกสภาพแวดล้อม
ทำให้สามารถเติมเต็มงานออกแบบ ที่ต้องการสะท้อนเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของผิวไม้ธรรมชาติ ด้วยเทคนิคที่มากกว่าแค่การสร้างลวดลายเพื่อความสวยงาม แต่คือนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การเคลือบผิววัสดุอลูมิเนียมลายไม้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่หลากหลายได้ดี

โดยที่ FAMELINE ได้มีการนำระบบสีแบบ ‘Powder on Powder’ ไปใช้กับวัสดุตกแต่งอาคารหลากหลายประเภท ทั้งระแนงอลูมิเนียมทรงกล่อง (Extrusion Aluminium) ที่มีลวดลายไม้อันสวยงาม และสามารถออกแบบโทนสีลายไม้ได้อย่างหลากหลาย ซึ่งมีพื้นผิวลายไม้ที่ยาวต่อเนื่องกันและสม่ำเสมอทั่วทั้งแผ่น เหมาะสมกับการนำไปออกแบบกับอาคารทุกประเภท ที่ต้องการสร้างบรรยากาศให้กลมกลืนไปกับธรรมชาติ ตั้งแต่พื้นที่โล่งแจ้งที่ต้องปะทะกับแสงแดดตลอดทั้งวัน หรือบ้านพักอาศัยริมทะเลที่ต้องเผชิญกับสภาพความชื้นและไอเกลือ เพื่อให้ความงามของลวดลายไม้ ยังคงทำหน้าที่บอกเล่าเรื่องราวของความอบอุ่น ร่วมไปกับความทนทานในระดับสูงสุด ที่หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันได้อย่างสมบูรณ์

สามารถดูข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่นี่:
- FAMELINE E-Brochure: https://anyflip.com/bookcase/plils
สามารถติดตามช่องทางอื่นๆ ได้ที่นี่:
บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง