**Alt Text:** Article banner illustrating building heat reduction using facade materials: the left side features Terratex by FAMELINE terracotta wall panels that slow heat transfer, while the right side shows an aluminum louver double-skin facade that provides shading and ventilation for improved energy efficiency.

ลดความร้อนอาคารอย่างไร? เลือกวัสดุผนังและ Facade ให้เหมาะสม เพื่ออาคารที่เย็นและประหยัดพลังงาน


การลดความร้อนของอาคารสามารถทำได้โดยการเลือกวัสดุผนังและระบบ Facade ที่เหมาะสม เช่น การใช้ Ventilated Facade หรือวัสดุที่ช่วยชะลอการถ่ายเทความร้อน ซึ่งเป็นแนวทางของ Passive Cooling ที่ช่วยลด Heat Gain และทำให้อาคารเย็นขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งพาพลังงานมากเกินไป

อาคารร้อนเกิดจากอะไร? เข้าใจ Heat Gain และการสะสมความร้อนในอาคาร

เมื่อเราก้าวเข้ามาภายในอาคาร แล้วรู้สึกได้ถึงมวลความร้อนที่สะสมอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ซึ่งมาจากสาเหตุที่แตกต่างกันออกไป แต่โดยภาพรวมแล้วก็มักมาจากปัจจัยทางธรรมชาติ และภูมิอากาศของประเทศไทยที่ตั้งอยู่ในเขต “ร้อนชื้น” ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ ที่ทำให้อาคารร้อนได้ง่ายกว่าเขตอื่นๆ ส่วนปัจจัยที่แตกต่างกันของแต่ละอาคาร ก็ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายๆ อย่าง ที่ส่งผลให้มีการกักเก็บความร้อนที่ต่างกันออกไป

ปัจจัยที่ทำให้อาคารเกิดการสะสมความร้อน และส่งผลให้อุณหภูมิภายในสูงขึ้น ประกอบด้วย

  • การส่งผ่านความร้อนของวัสดุผนัง (Heat Transmission)
    • วัสดุที่มีคุณสมบัติกักเก็บความร้อนสูง จะสะสมและถ่ายเทความร้อนเข้าสู่ภายในได้มาก
  • การวางผังและทิศทางอาคาร (Building Layout)
    • เช่น การหันหน้ารับแดดทางทิศตะวันตก หรือการจัดวางอาคารที่ขวางทิศทางลม
  • ระบบระบายอากาศ (Ventilation System)
    • หากออกแบบไม่เพียงพอ จะทำให้ความร้อนสะสมอยู่ภายในอาคาร
  • แหล่งกำเนิดความร้อนภายใน (Internal Heat Gain)
    • เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า แสงสว่าง หรือกิจกรรมของผู้ใช้งาน

ปัจจัยที่ทำให้ผนังอาคารสะสมและถ่ายเทความร้อน

โดยมีจุดประสงค์หลักก็คือ การสร้างสภาวะน่าสบาย (Thermal Comfort) ที่แท้จริง ซึ่งต้องเริ่มต้นตั้งแต่การออกแบบและเลือกใช้วัสดุ “ผนังและเปลือกอาคาร” (Facade) ที่เหมาะสม เพื่อทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนก่อนที่จะเข้าสู่ตัวอาคาร ซึ่งกระบวนการเคลื่อนที่ของความร้อนที่จะเข้าสู่ตัวอาคาร (Heat Gain) นั้นส่วนมากแล้วก็จะมีจุดเริ่มต้นจากรังสีของดวงอาทิตย์ (Solar Radiation) มาตกกระทบลงบนผิวผนังอาคารโดยตรง เมื่อผิวผนังดูดซับพลังงานนี้ไว้ อุณหภูมิของวัสดุก็จะค่อยๆ สูงขึ้นจนเกิดการสะสมความร้อน และจะเคลื่อนที่ไปสู่ที่ที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าอย่างพื้นที่ภายใน ทำให้ผนังที่สะสมความร้อนไว้สูงในช่วงกลางวัน ก็ยังคงเกิดการแผ่ความร้อนในช่วงกลางคืนได้

ซึ่งปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อปริมาณของการสะสมความร้อนนั้น ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ก็คือ

  1. ประเภทของวัสดุ (Material)
    • ซึ่งแต่ละชนิดมีค่าการนำความร้อน (K-Value) ที่ต่างกัน
    • ตัวอย่างเช่น ผนังคอนกรีตมวลหนักหรือผนังอิฐมอญ จะดูดซับและกักเก็บความร้อนได้นานกว่าวัสดุน้ำหนักเบา
  2. สีและพื้นผิว (Surface & Color)
    • ซึ่งสีเข้มจะดูดกลืนรังสีความร้อนได้มากกว่าสีอ่อนอย่างเห็นได้ชัด และจะช่วยสะท้อนรังสีออกไปได้ดีกว่า
  3. ระบบผนังของอาคาร (Wall System)
    • ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดว่า ความร้อนที่สะสมบนผิวภายนอกจะเข้าถึงตัวอาคารได้ยากหรือง่ายเพียงใด

ซึ่งโดยทั่วไปแล้วการเลือกใช้ระบบผนังชั้นเดียว ก็จะมีโอกาสที่ความร้อนจะส่งผ่านเข้ามายังพื้นที่ภายในได้ง่ายกว่า การเลือกใช้ระบบผนังสองชั้น หรือการเลือกเจาะช่องเปิดอย่างเหมาะสม เพื่อให้เกิดการระบายอากาศ จึงเป็นแนวทางสำคัญในการช่วยลดความร้อนให้กับอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

TERRATEX by FAMELINE (Terracotta Panel)

วิธีลดความร้อนอาคาร ด้วยการเลือกวัสดุผนังและระบบการติดตั้ง

ซึ่งแนวทางของการออกแบบก็ต้องเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนของการเลือกใช้งานวัสดุ ที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวในการจัดการความร้อนที่ดี

การเลือกใช้วัสดุที่มาจากธรรมชาติ

การใช้วัสดุที่มาจากธรรมชาติ อย่างวัสดุ ดินเผา (Terracotta) ที่มีค่าความจุความร้อนจำเพาะสูง (High Specific Heat Capacity) และมีการหน่วงความร้อน (Thermal Lag) ในเชิงโครงสร้าง ทำให้ดินเผามีมวลสารที่หนาแน่น และมีรูพรุนขนาดเล็กจำนวนมากภายในเนื้อวัสดุ ซึ่งทำหน้าที่เป็นช่องว่างอากาศขนาดเล็ดที่ช่วยสกัดกั้นการไหลผ่านของความร้อน และสามารถดูดซับความร้อนเก็บไว้ในมวลสารของตัวเองอย่างช้าๆ แทนที่จะส่งผ่านเข้าสู่ภายในอาคารทันที ทำให้อุณหภูมิที่พื้นผิวภายในอาคารยังคงความเย็นไว้ได้นานกว่า แม้ว่าอากาศภายนอกจะร้อนมากแล้วก็ตาม

TERRATEX by FAMELINE: Heat transfer coefficient

การเลือกใช้ระบบผนังแบบระบายอากาศ (Ventilated Facade)

การเลือกใช้ ระบบผนังแบบระบายอากาศ (Ventilated Facade) ที่เป็นนวัตกรรมการออกแบบ ที่ช่วยลดความร้อนได้อย่างทรงประสิทธิภาพที่สุดในปัจจุบัน เพราะระบบนี้จะประกอบด้วยเปลือกอาคารชั้นนอกและผนังหลักของอาคาร ที่ทำให้มีช่องว่างอากาศ (Air Gap) ระหว่างผนังทั้งสองชั้น เมื่อเปลือกอาคารชั้นนอกได้รับความร้อนจากแสงแดด อากาศภายในช่องว่างจะร้อนขึ้นและลอยตัวสูงขึ้นตามธรรมชาติ พร้อมกับดึงเอาอากาศเย็นจากด้านล่างเข้ามาแทนที่ เมื่อเกิดกระบวนการระบายอากาศอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยพัดพาความร้อนออกไปก่อนที่จะซึมเข้าสู่ผนังชั้นใน เปรียบเสมือนเป็นเกราะป้องกันความร้อนที่สามารถหายใจได้เอง

ตัวอย่างเช่น

  • การใช้แผ่นอลูมิเนียมคอมโพสิต ติดตั้งแบบเว้นระยะห่างจากผนังคอนกรีต จะช่วยลดอุณหภูมิสะสมบนผนังจริงได้ มากกว่าการทาสีหรือกรุวัสดุแบบชิดกับผิวผนังเดิม
  • การออกแบบระแนง (Louver) หรือ แผงบังแดด (Sun Screening) เป็นผนังชั้นที่สอง (Double Skin Facade) เพื่อลดปริมาณแสงแดดที่จะตกกระทบสู่ผิวผนังโดยตรง ซึ่งนอกจากจะสร้างมิติและแสงเงาที่สวยงามให้กับอาคารแล้ว ยังทำหน้าที่ป้องกันความร้อนและแสงแดดที่แยงตา รวมถึงสร้างระบบการถ่ายเทอากาศ เพื่อนำไปสู่ภาวะน่าสบายของพื้นที่ภายใน
FAMELINE Louver: Double Skin Facade

Passive Cooling คืออะไร? แนวทางออกแบบอาคารให้เย็นและประหยัดพลังงานในระยะยาว

ซึ่งแนวคิดของการออกแบบทางสถาปัตยกรรม ที่มุ่งเน้นการควบคุมและลดความร้อนของพื้นที่ภายในอาคารโดยพึ่งพา “กลไกธรรมชาติ” (Passive Cooling Design) แทนการใช้พลังงานไฟฟ้าหรือระบบเครื่องกล (Active Systems) ต้องมีการทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างที่ตั้งอาคาร ทิศทางของแสงแดดและกระแสลม เพื่อสร้างระบบป้องกันความร้อนและการหมุนเวียนอากาศที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้แล้ว ก็ยังส่งเสริมสุขภาวะที่ดีให้กับผู้อยู่อาศัย ที่ได้รับแสงสว่างและสภาพอากาศที่เหมาะสม ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากับการลงทุนมากกว่าในระยะยาว เนื่องจากความร้อนสะสมที่ลดลง ก็จะส่งผลโดยตรงต่อการลดการใช้พลังงานไฟฟ้าภายในอาคาร

ตัวอย่างเช่น อาคารสำนักงานที่ใช้ระบบผนังระบายอากาศ และวัสดุสะท้อนความร้อนคุณภาพสูง สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าจากระบบปรับอากาศได้มากกว่า 20-30% ต่อปี

นอกจากนี้ยังช่วยลดค่าใช้จ่าย ในการบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ ที่มักจะเสื่อมสภาพได้เร็วขึ้นหากต้องทำงานหนักเกินกำลัง (Overload) เป็นเวลานาน เพราะท้ายที่สุดแล้ว ‘ความเย็น’ ที่เกิดจากการออกแบบที่ถูกต้องและเหมาะสม จะเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิต และการอยู่อาศัยได้อย่างอย่างยั่งยืน ซึ่งกำลังเป็น “มาตรฐานใหม่” ของงานสถาปัตยกรรมยุคปัจจุบัน ที่ต้องสร้างความสวยงามทางสายตาจากมุมมองภายนอก เพื่อนำไปสู่สุขภาวะที่ดีของผู้ใช้งานภายใน ควบคู่ไปกับการสร้างความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

FAMELINE Louver: Double Skin Facade

สามารถดูข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่นี่:

Aluminium Louvers: https://online.anyflip.com/wbgdd/tags/

TERRATEX by FAMELINE : https://online.anyflip.com/wbgdd/cypv/

สามารถติดตามช่องทางอื่นๆ ได้ที่นี่:


บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า