‘WPC SURFACE WALL’ จาก FAMELINE วัสดุสังเคราะห์สำหรับงานตกแต่งผนังภายใน เพื่อความปลอดภัยของอาคารในทุกมิติ
“รู้หรือไม่ว่า วัสดุตกแต่งภายในบางชนิด อาจปล่อยสารระเหยที่เป็นอันตรายต่อคุณภาพอากาศภายในอาคาร?”
วัสดุตกแต่งภายในหลายชนิดที่มีส่วนประกอบของ สี ทินเนอร์/แลคเกอร์ กาว แผ่นไม้อัดบุเรซิน พรม โฟมเบาะ เฟอร์นิเจอร์ใหม่ หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด มักจะมีการปล่อยสารอินทรีย์ระเหยง่าย หรือ VOCs (Volatile Organic Compounds) ซึ่งก็คือสารประกอบอินทรีย์ที่มีคาร์บอนเป็นโครงสร้างหลัก และสามารถระเหยกลายเป็นไอได้ที่อุณหภูมิห้อง โดยส่วนมากจะอยู่ในวัสดุทำละลาย สารเชื่อมประสาน หรือสารที่ใช้ปรุงแต่งเพื่อเพิ่มคุณสมบัติ ซึ่งจะมีการปล่อยมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ
เช่น วัสดุใหม่จะมีการปล่อย VOCs สูง เพราะสารเคมีเพิ่งผ่านกระบวนการผลิตมาจากโรงงาน หรือสภาพแวดล้อมภายในห้องที่อุณหภูมิสูงและไม่มีการระบายอากาศที่ดี ก็จะทำให้สารระเหยถูกปล่อยออกมามากขึ้น และสะสมในอากาศได้ง่าย ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพทั้งในระยะเฉียบพลัน (ระคายเคืองตา จมูก คอ ปวดหัว คลื่นไส้ อ่อนเพลีย) ระยะกลาง-ยาว (ระบบทางเดินหายใจ ภูมิแพ้ ระบบประสาท) อาจมีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งหรือโรคเรื้อรังบางชนิด
รวมไปถึงอาการที่เกี่ยวข้องกับการได้รับสารระเหยในอาคารมากเกินไป อย่างอาการ ‘Sick Building Syndrome’ (SBS) หรือ อาการป่วยจากอาคาร คือภาวะที่ผู้คนในอาคารมีอาการป่วยที่หลากหลายเมื่อใช้เวลาอยู่ในอาคาร ที่มีสาเหตุเกิดจากมลภาวะภายใน ซึ่งสารระเหย VOCs ก็เป็นหนึ่งในนั้น
โดยเฉพาะกับอาคารสาธารณะอย่างโรงแรม โรงพยาบาล และอาคารสำนักงาน ที่ต้องให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพอากาศภายในที่ดี เพราะมีผลโดยตรงต่อสุขภาพและความปลอดภัยของผู้ใช้อาคารทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งหลายประเทศจากทั่วโลกก็ได้มีการบังคับใช้นโยบายด้านวัสดุตกแต่งภายในที่ปลอดภัยต่อผู้ใช้งานอาคาร เพื่อความเหมาะสมต่อสภาพแวดล้อมและสุขภาวะที่ดีของส่วนรวม

SURFACE WALL: ติดตั้งง่าย รวดเร็ว และยืดหยุ่นต่อการออกแบบ
ซึ่งทาง FAMELINE ก็ได้ให้ความสำคัญ ในการพัฒนานวัตกรรมวัสดุเพื่อความปลอดภัยของพื้นที่ภายในอาคาร อย่างแผ่นผนังตกแต่งลายไม้ ‘SURFACE WALL’ สำหรับตกแต่งผนังภายใน ที่ผลิตจากเยื่อไม้ไผ่คุณภาพสูง ผสมผสานกับโพลิเมอร์และฟิล์มความหนาพิเศษ โดยเป็นวัสดุสังเคราะห์ WPC (Wood Composite Panel) ที่ให้ลวดลายของไม้และโทนสีที่สมจริง มีผิวสัมผัสที่ช่วยสร้างบรรยากาศของความอบอุ่นแบบธรรมชาติ มีขนาดของแผ่นที่ 120 x 300 เซนติเมตร หนา 9 มิลลิเมตร น้ำหนัก 6.75 กิโลกรัมต่อตารางเมตร มีสีลายไม้มาตรฐานให้เลือกใช้งานถึง 14 สี รวมถึงโทนสีขาวและสีเทา เพื่อตอบโจทย์งานออกแบบสไตล์โมเดิร์น
สามารถติดตั้งได้ง่ายและรวดเร็ว ด้วยระบบการติดตั้งแบบแห้ง (Dry Process) ร่วมกับโครงเหล็กหรือโครงอลูมิเนียม โดยใช้เส้นสแตนเลส เกรด 304 สำหรับเป็นวัสดุปิดบริเวณขอบแผ่น โดยมีสีมาตรฐานของเส้นให้เลือก 5 เฉดสี เพื่อให้กลมกลืนไปกับตัวแผ่นในลักษณะเป็นผืนเดียวกัน สามารถเข้ามุมได้ทั้งแบบเหลี่ยมตรงหรือแบบดัดโค้ง เพิ่มความหลากหลายในการออกแบบของพื้นที่ภายใน
เหมาะกับงานก่อสร้างใหม่และงานปรับปรับต่อเติม (Renovate) โดยเฉพาะกับโครงการโรงแรม หรือโรงพยาบาล ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีการใช้งานต่อเนื่องตลอดเวลา โดยไม่สามารถหยุดให้บริการเป็นเวลานานได้ การเลือก SURFACE WALL เป็นผนังตกแต่งภายใน จึงช่วยประหยัดเวลาและลดข้อผิดพลาดในการทำงาน


SURFACE WALL: ปลอดภัยต่อสุขภาพ ทนทานต่อสภาพแวดล้อม
ส่วนในเรื่องของความปลอดภัย วัสดุ ‘SURFACE WALL’ ก็มีค่าการปล่อยสาร VOC ที่ต่ำสุดตามมาตรฐาน ENF (Super E0 Grade / European Norm Formaldehyde-free) ที่เป็นมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดในระดับนานาชาติ เกี่ยวกับการปล่อยสารฟอร์มัลดีไฮด์ (ซึ่งเป็น VOCs ชนิดหนึ่งที่อันตรายที่สุด) จากวัสดุแปรรูปไม้และวัสดุสังเคราะห์ ทำให้ไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศภายในอาคาร และถือว่าปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัยและผู้ใช้งานอาคารมากกว่ามาตรฐานวัสดุทั่วไป เหมาะสำหรับการใช้งานเป็น ผนังตกแต่งภายในอาคารสาธารณะ ที่มีความเข้มงวดด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ SURFACE WALL ยังมีคุณสมบัติในความทนทานต่อความชื้นได้ดี ตามมาตรฐาน ASTM D7031 มีอัตราการกันน้ำสูงถึง 98% หมดปัญหาเรื่องปลวกและแมลงกัดกินเนื้อวัสดุ สามารถกันไฟลามได้ในระดับ Class A1 ตามมาตรฐาน ASTM E84
ซึ่งเหมาะสมกับงานอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่ ที่ต้องการวัสดุผนังตกแต่งภายในที่ได้มาตรฐานสากล หรือมีกฎระเบียบในการป้องกันอัคคีภัยอย่างเข้มงวด ตอบโจทย์งานออกแบบในปัจจุบัน ที่ผู้บริโภคมักให้ความสำคัญกับทั้งเรื่องสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับความสวยงามแบบเหนือระดับ ผ่านการเลือกใช้วัสดุที่ส่งเสริมด้านความปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัย มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มมูลค่าของโครงการ ผ่านมาตรฐานด้านความปลอดภัยและความยั่งยืน


โซลูชันเพื่ออาคารสาธารณะยุคใหม่ ที่สวยงาม ปลอดภัย และยั่งยืน
ทำให้วัสดุ ‘SURFACE WALL’ จาก FAMELINE คือโซลูชันผนังตกแต่งภายในที่สมบูรณ์แบบ ด้วยความโดดเด่นของ 3 คุณสมบัติหลัก
- มีการติดตั้งที่สะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
- มีการปล่อยสาร VOC ที่ต่ำสุด ตามมาตรฐานสากล
- ให้ความสวยงามจากผิวสัมผัสเสมือนธรรมชาติ
นอกจากนี้ยังตอบโจทย์การพัฒนาโครงการสถาปัตยกรรมในยุคใหม่ ที่จะต้องพิจารณาถึงหลักเกณฑ์ของวัสดุที่มีความยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการบำรุงรักษาในระยะยาว โดยเฉพาะการเลือกใช้งานกับอาคารสาธารณะ อย่างโรงแรม คอนโดมิเนียม โรงพยาบาล หรือสนามบิน ที่มีค่าใช้จ่ายด้านการดูแลรักษาที่สูงกว่าอาคารทั่วไป การเลือกใช้วัสดุผนังตกแต่งภายในที่ทนทานต่อการขีดข่วน ไม่เก็บฝุ่น สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย ช่วยลดการสะสมของเชื้อราและแบคทีเรีย ช่วยยืดอายุการใช้งาน เพิ่มความคุ้มค่า และลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาหรือการปรับปรุงต่อเติม ทำให้อาคารโดยรวมมีต้นทุนตลอดอายุการใช้งานที่ลดต่ำลง

หรือการสนับสนุนมาตรฐานอาคารเขียว (Green Building Certification) ที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์องค์กรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และเป็นจุดขายที่ดึงดูดทั้งผู้ลงทุน ผู้เช่า และผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการเลือกวัสดุที่มีมาตรฐาน VOCs ต่ำ และผลิตด้วยกระบวนการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จะช่วยให้อาคารได้รับคะแนนเพิ่มเติมในระบบของความยั่งยืน อย่าง LEED, WELL หรือ TREES เป็นการส่งมอบประสบการณ์ของผู้ใช้งาน ด้วยผิวสัมผัสของลายไม้แบบธรรมชาติที่ปลอดภัยกว่า ช่วยสร้างบรรยากาศของความอบอุ่นผ่อนคลาย และยกระดับคุณภาพของการใช้งาน เพื่อมุ่งสู่การเป็นอาคารเพื่อสุขภาวะที่สมบูรณ์ในทุกมิติ

สามารถดูข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่นี่:
WPC Surface Wall: https://online.anyflip.com/wbgdd/mfpk/
WPC Surface Ceiling: https://online.anyflip.com/wbgdd/nvsz/
สามารถติดตามช่องทางอื่นๆ ได้ที่นี่:
บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง