‘แดดสู้มา เราสู้กลับ’ กับการปกป้องผิวอาคารและบ้าน ด้วยระแนงบังแดด 

การตกแต่งส่วนต่างๆ ของอาคารด้วย ระแนง’ เป็นหนึ่งในวิธีการออกแบบยอดนิยม ที่ใช้สำหรับสร้างความสวยงามด้วยจังหวะที่ต่อเนื่องกัน และยังช่วยบดบังสายตาจากพื้นที่หนึ่งไปสู่อีกพื้นที่หนึ่ง เช่น ระแนงชายคา ระแนงฝ้า ระแนงรั้ว หรือระแนงตกแต่ง เป็นต้น

ส่วนระแนงที่ติดตั้งในบริเวณเปลือกอาคาร (หรือที่เรียกกันว่า Façade) ก็ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น เนื่องจากต้องสามารถปกป้องผิวอาคาร ต่อสภาพอากาศภายนอก โดยเฉพาะ ‘แสงแดด’ ที่รุนแรงในประเทศไทย แต่ก็ต้องตอบโจทย์ด้านความสวยงาม มีรูปแบบให้เลือกหลากหลาย ซึ่งเราจะเรียกวัสดุในกลุ่มนี้ว่า ‘ระแนงบังแดด’

ผลกระทบที่คาดไม่ถึงจากแสงแดด

 

อย่างที่เรารู้กันว่า หากเดินกลางแดดจัดเป็นเวลานาน ผิวหนังของเราก็จะโนทำร้ายเป็นอย่างแรก จากนั้นความร้อนที่สะสมในร่างกาย ก็จะไปทำร้ายระบบต่างๆ ภายใน จนอาจเป็นโรคที่รุนแรงขึ้นได้ เช่นเดียวกันกับผนังของอาคารหรือบ้านพักอาศัย ที่ต้องสัมผัสกับแสงแดดอยู่ตลอดทั้งวัน

ซึ่งแน่นอนว่าผลกระทบจากแสงแดดทำให้อาคารดูเก่าและโทรมเร็ว เนื่องจากสาเหตุสำคัญอย่างรังสียูวี (Ultraviolet) ที่มาพร้อมกับแสงอาทิตย์ นอกจากนี้ความร้อนจากแสงแดด ยังทำให้วัสดุเสื่อมสภาพได้เร็วขึ้น เช่น ซิลิโคน พลาสติก หรือกาวยาแนวตามส่วนรอยต่อต่างๆ ของอาคาร ซึ่งทำให้เกิดปัญหาวัสดุหลุดร่อนและรั่วซึมได้ ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายกับการซ่อมบำรุงอาคารอยู่เสมอ

และที่สำคัญ การปล่อยให้แสงแดดสัมผัสกับผิวอาคารโดยตรง ยังเป็นตัวการทำให้พื้นที่ภายใน มีอุณหภูมิที่สูงขึ้น เกิดสภาวะไม่สบายกับผู้ที่ใช้งานภายในอาคาร และอาจสร้างความเสียหายไปถึงเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งจากปัญหาที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ หากเป็นบ้านพักอาศัย เรายังสามารถปลูกต้นไม้ใหญ่เพื่อสร้างร่มเงาให้กับผนังบ้านได้ แต่กับงานอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่ การเลือกใช้งานระแนงบังแดด จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม ในการต่อสู้กับแสงแดดที่เข้ามาปะทะกับผนังอาคาร

 

รู้ตำแหน่งและรูปแบบติดตั้ง ก็มีชัยไปกว่าครึ่ง

ตำแหน่งการติดตั้งระแนงบังแดดให้กับผนังอาคารหรือบ้านนั้น ส่วนหนึ่งถูกกำหนดจากทิศทางการขึ้น-ตกของดวงอาทิตย์ ที่ขึ้นทางทิศตะวันออก และอ้อมใต้ไปตกทางทิศตะวันตก ซึ่งทิศเหนือจะเป็นทิศที่โดนแดดน้อยที่สุดตลอดปี ส่วนทิศใต้จะเจอกับแดดที่แรงมากในช่วงบ่ายถึงเย็น ทำให้การติดตั้งระแนงบังแดด มีส่วนช่วยลดความแรงของแดดในช่วงบ่าย-เย็น ทางทิศตะวันตกและทิศใต้ นอกจากนี้ยังสามารถเลือกติดตั้งเป็นส่วนกันสาดเพื่อบังแดดจากด้านบน ซึ่งเหมาะสมกับแดดอ่อนๆ ทางทิศตะวันออกในช่วงเช้า

ส่วนรูปแบบระแนงบังแดด สามารถออกแบบได้ทั้งแนวตั้ง แนวนอน หรือแนวทะแยง ขึ้นอยู่กับปัจจัยในเรื่องประสิทธิภาพในการกรองแสงแดดและความร้อน และสัดส่วนของพื้นที่ในการติดตั้ง ซึ่งจะส่งผลในเรื่องความสวยงาม และความกลมกลืนของวัสดุตกแต่งกับตัวอาคาร

นักออกแบบยังสามารถเลือกใช้งานวัสดุบางชนิด ที่สามารถปรับเปลี่ยนองศาของแผงระแนงได้ (คล้ายบานเกล็ด) เพื่อให้เหมาะสมกับทิศทางของแดดในแต่ละช่วงเวลามากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น การติดตั้งระแนงในแนวดิ่ง ปรับทำมุม 30 องศา กับระนาบของบ้านหรืออาคาร เพื่อความเหมาะสมกับพื้นที่ ที่ต้องมีการสะสมความร้อนอยู่ตลอดทั้งวัน อย่างทางทิศตะวันตก เป็นต้น

ประโยชน์ที่สอดคล้องกับการใช้งานภายใน

นอกจากลดความร้อนและแสงแดด ที่จะเข้าสู่ตัวอาคารแล้ว ระยะที่เหมาะสมของช่องว่างระหว่างระแนงบังแดดกับอาคาร ยังทำให้อากาศสามารถถ่ายเทได้สะดวก ช่วยลดอุณหภูมิของพื้นที่ภายในด้วยวิธีแบบธรรมชาติ ลดการใช้พลังงานภายในอาคาร แบ่งเบาภาระของการใช้ระบบปรับอากาศ และช่วยยืดอายุการใช้งานของวัสดุปิดผิวอาคารได้อีกด้วย

นอกจากนี้ยังเหมาะสมกับอาคาร ที่ต้องการเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับพื้นที่ภายใน เช่น ห้องประชุม หรือห้องผู้บริหารในอาคารสำนักงาน พื้นที่พักอาศัยในคอนโดหรือโรงแรม พื้นที่จัดวางเครื่องปรับอากาศในห้างสรรพสินค้า ซึ่งล้วนแต่ต้องการการบดบังที่โปร่งเบาและยังสามารถมองเห็นได้ หรือแม้กระทั่งการนำไปตกแต่งบ้านพักอาศัยเพื่อเพิ่มความโดดเด่น และเชื่อมต่อแนวคิดขอการใช้งานภายในกับบริบทโดยรอบ

สู้กลับด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของอาคาร

อีกหนึ่งส่วนสำคัญ ในการเลือกใช้งานระแนงบังแดดของนักออกแบบก็คือ รูปแบบที่เหมาะสมกับแนวคิดของอาคารหรือบ้านที่ใช้งาน ซึ่งก็มีวัสดุให้เลือกหลากหลาย ทั้งอลูมิเนียม เหล็ก ไม้ ไฟเบอร์ซีเมนต์ หรือไวนิล ทั้งในรูปแบบของระแนงไม้ ระแนงทรงกล่อง ระแนงเหล็ก หรือระแนงบานเกล็ดอลูมินิเนียม ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับสัดส่วนของอาคาร และแนวคิดของการออกแบบโดยรวม ส่วนตัววัสดุระแนงบังแดดเองก็ต้องมีความยืดหยุ่น ทั้งในเรื่องของน้ำหนักของแผ่นและการติดตั้ง เพื่อให้สามารถใช้งานได้ทั้งงานสร้างใหม่และงานปรับปรุงต่อเติมอาคาร

โดยสามารถเพิ่มเติมงานออกแบบด้วยสีสันของระแนงที่หลากหลาย ทั้งในสไตล์โมเดิร์นหรือเน้นความใกล้ชิดกับธรรมชาติในโทนสีไม้ ซึ่งสามารถติดตั้งแบบผสมผสานด้วยขนาดและสีที่แตกต่างกัน เพื่อทำให้อาคารโดดเด่น ด้วยการสร้างลวดลายที่เป็นจังหวะต่อเนื่องกัน ทำให้อาคารเกิดความรู้สึกเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง พร้อมสู้กับสภาพอากาศที่โหดร้าย ควบคู่กับการทำหน้าที่ในการสร้างประโยชน์ให้กับพื้นที่ภายในได้อย่างลงตัว

 

สอบถามข้อมูลวัสดุ: http://m.me/famelinegroup

ติดตามข้อมูลวัสดุ: https://lin.ee/gXR26yi

บทความที่เกี่ยวข้อง

Article

‘ใหญ่กว่า เบากว่า แกร่งกว่า’ เจาะลึกคุณสมบัติที่ ‘ยิ่งกว่า’ ของวัสดุ MEGA+ Ceiling

เมื่อตัวเลือกในการออกแบบฝ้าเพดานที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ มีตัวเลือกที่ค่อนข้างจำกัดสำหรับนักออกแบบ ที่ต้องมองหาวัสดุที่มีความ ‘ยิ่งกว่า’ ในคุณสมบัติหลายๆ ด้าน

Article

‘แดดสู้มา เราสู้กลับ’ กับการปกป้องผิวอาคารและบ้าน ด้วยระแนงบังแดด

จากสภาพแสงแดดที่รุนแรงในประเทศไทย ทำให้เกิดผลกระทบกับอาคาร และการใช้งานภายในได้มากกว่าที่คิด การเลือกใช้วัสดุ ‘ระแนงบังแดด’ จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสม

Article

ถึงเป็น ‘เปลือก’ ก็ต้อง ‘เลือก’ – เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ก็ต้องเลือกใช้วัสดุตกแต่งฟาซาดที่เหมาะสม

การออกแบบพื้นที่ใช้งานภายในอาคาร ย่อมมีการเลือกใช้วัสดุที่แตกต่างกัน ตามความเหมาะสมในการใช้งาน…

Article

ทำไมแผ่นอลูมิเนียม “โครงสร้างรังผึ้ง” ถึงมีคุณสมบัติที่ ‘เหนือกว่า’?

การเลือกใช้งานแผ่นอลูมิเนียมสำหรับตกแต่งผิวอาคาร ยังมีรูปแบบที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านการใช้งานและความสวยงามที่เรียกว่า Aluminium Honeycomb Panel

Article

Aluminium Composite Panel มาตรฐานการผลิตในไทย กับความคุ้มค่าของระบบเคลือบสี ‘PVDF’

การเลือกใช้วัสดุเพื่อปิดผิวอาคาร ย่อมต้องการใช้วัสดุที่ตอบโจทย์ในด้านความคุ้มค่า ซึ่งวัสดุนี้ตอบโจทย์ด้วยระบบการเคลือบสีแบบ ‘PVDF’

Article

คุณภาพของการสื่อสาร ที่ถ่ายทอดผ่านประสิทธิภาพของฝ้าดูดซับเสียง

การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ย่อมมาจากสภาพแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการเลือกใช้งาน “วัสดุฝ้าดูดซับเสียง” (Acoustic Ceiling)