พลังของ แสงและเงา ในงานสถาปัตยกรรม

“สถาปัตยกรรมเป็นรูปแบบที่ประกอบขึ้นมาจากแสง มันไม่มีอะไรจะจริงไปกว่านี้อีกแล้ว แสงช่วยส่องสว่าง และส่งเสริมบางสิ่งเสมอ ดวงตาของเรานั้นถูกสร้างมาเพื่อให้มองเห็นรูปร่างในแสง แสงและเงาเผยให้เห็นคุณค่าในงานสถาปัตยกรรม” – Le Corbusier (1920)

 ‘แสงและเงา’ มีหน้าที่กำหนดคุณค่าของสถาปัตยกรรม แสงที่กระจ่างชัดเจนแสดงออกถึงพื้นที่ใช้งานที่เด่นชัด ในขณะที่เงาซึ่งทอดลงมา ก็ดึงดูดความน่าสนใจให้พื้นที่ภายในได้ดี ซึ่งทั้งแสงและเงานั้นมีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ในการสร้างสรรค์พื้นที่ใช้งานให้มีความสะดวกสบาย สนุกสนาน ตื่นตัว เงียบขรึม น่าค้นหา หรือหลากหลายอารมณ์ที่สื่อสารผ่านการออกแบบแสงในงานสถาปัตยกรรม

เนื่องจากแสงและเงานั้น ไม่เพียงให้ทัศนวิสัยที่เหมาะสมกับงานสถาปัตยกรรมเท่านั้น แต่ยังสื่อสารถึงมาตรฐานของระดับความสว่าง (ลักซ์) ที่แนะนำ สำหรับงานออกแบบประเภทต่างๆ นำไปสู่ความเข้าใจเชิงปริมาณของแสงและพื้นที่การใช้งาน ซึ่งถือว่าแสงเป็นหนึ่งในภาษาของนักออกแบบ ที่ใช้ต้อนรับผู้ใช้งานผ่านสภาพแวดล้อมที่ถูกสร้างขึ้นอย่างตั้งใจ

‘แสง’ สื่อสารความหมายถึงอะไร?

จากมุมมองเชิงสัญศาสตร์ (semiotics หรือสิ่งแทนความ) เราสามารถกำหนดให้แสงเป็นหน่วยข้อมูลที่สร้างเอกลักษณ์เฉพาะในพื้นที่ได้ เช่น หากเข้าไปในห้องที่มีขนาดพื้นที่เท่ากัน ที่มีการออกแบบองค์ประกอบต่างๆ ให้เหมือนกัน แต่ถ้าถูกจัดแต่งแสงให้มีความสว่างหรือสีสันที่ต่างกันออกไป เราก็อาจมีพฤติกรรมของตัวเอง ที่แสดงออกในพื้นที่นั้นซึ่งต่างออกไปเช่นกัน

ผลกระทบของแสงและเงาที่มีเอกลักษณ์แบบพิเศษนั้น สร้างความน่าสนใจให้กับองค์ประกอบที่เราต้องการเล่าเรื่องได้ เช่น สภาพแวดล้อมภายในร้านค้าปลีก พื้นที่ให้บริการต่างๆ หรือการออกแบบไฟสุดโฉบเฉี่ยวบนหน้าสื่อด้วยเทคโนโลยีของ LED ซึ่งการระบุองค์ประกอบของแสงส่งผลต่อบริบททางสถาปัตยกรรม การเปรียบเทียบลักษณะของแสง เช่น แสงจากโคมไฟหรือแสงธรรมชาติ เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เข้าใจลำดับชั้น (Layer) ของแสง ให้มีการออกแบบที่สอดคล้องกัน หรือออกแบบเพื่อสร้างมุมมองที่แปลกใหม่ ตัวอย่างเช่น การออกแบบแสงให้กระจายและส่องสว่างโดยตรง ถือได้ว่าเป็นภาษาในการสื่อสารถึงบรรยากาศอันนุ่มนวล หรือการทำลายมุมมองด้านการมองเห็น ในร้านที่ไม่มีช่องแสงเลย ช่วยสร้างความรู้สึกลึกลับผิดปกติผ่านความมืดของเงา อย่างไรก็ตาม การใช้สัญศาสตร์เน้นไปที่คุณภาพของการออกแบบแสง การพิจารณาความหมายของแสงและเงาในกระบวนการออกแบบ จะนำไปสู่ทางออกที่ยั่งยืนมากขึ้นผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพของการมองเห็น

‘แสง’ กับความลับของ เงา

‘Louis Kahn’ ผู้ได้ชื่อว่าเป็นปรมาจารย์แห่งการใช้แสงในงานสถาปัตยกรรม เขาถือว่าแสงเป็น “ผู้ให้สำหรับทุกสิ่งอย่าง” ซึ่งเขาเคยกล่าวไว้ว่า “เพราะวัสดุทั้งหมดในธรรมชาติ ภูเขา ลำธาร และอากาศ ล้วนเกิดขึ้นได้จากแสง มวลที่อยู่ตรงจุดนี้เรียกว่าวัตถุ วัตถุทำให้เกิดเงา และเงานั้นเป็นของแสง”

จากคำกล่าวนี้ ทำให้เรารู้ว่าแสงเป็นตัวสร้างวัสดุ และจุดประสงค์ของวัสดุคือการทำให้เกิดเงา และเงาดำก็เป็นส่วนหนึ่งของแสงโดยธรรมชาติ “เราควรอ่านผังของอาคารให้เหมือนความกลมกลืน ของพื้นที่ว่างในแสงสว่าง แม้แต่พื้นที่ที่ตั้งใจจะมืดก็ควรมีแสงสว่างเพียงพอจากช่องเปิดต่างๆ แต่ละพื้นที่จะต้องถูกกำหนดโดยโครงสร้างและลักษณะของแสงแบบธรรมชาติ” เขาจึงมุ่งความสนใจไปที่ผลกระทบของแสงทั้งหมด ไม่ใช่แค่เพียงจากต้นกำเนิดที่เราสร้างขึ้นเท่านั้น “แม้แต่ห้องที่ต้องมืดมิด ก็ยังต้องมีแสงส่องถึง เพื่ออย่างน้อยก็รู้ว่ามันมืดมิดแค่ไหน” เขากล่าวต่อ

“ความลึกลับของเงา” ยังเชื่อมโยงกับความเงียบและความกลัว ในขณะที่ความมืดทำให้เกิดความไม่แน่นอนในการมองไม่เห็น หรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้น แต่ก็เป็นแรงบันดาลใจอย่างลึกลับได้ด้วย เราไม่ได้ออกแบบอาคารเพียงเพื่อปกป้องผู้ใช้งานจากแสงแดด แต่เพื่อปกป้องความศักดิ์สิทธิ์ของเงา พื้นที่ภายนอกเป็นของดวงอาทิตย์ แต่พื้นที่ภายในเป็นของผู้คนและการใช้งาน

ซึ่ง ‘เงา’ ก็เป็นองค์ประกอบหนึ่ง สำหรับการตกแต่งพื้นที่ภายในได้เช่นกัน เมื่อเราเคลื่อนตัวออกห่างจากแหล่งกำเนิดแสงมากขึ้น แสงจะค่อยๆ หรี่ลง แต่เงาจะชัดลึกขึ้น การไล่ระดับที่ยอดเยี่ยมระหว่างทั้งสองทำให้ทั้งห้องเกิดความงามขึ้นได้ ตัวอย่างเช่น เมื่อเดินขึ้นไปบนบ้านญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม จะสังเกตเห็นชายคาขนาดใหญ่ยื่นออกไปด้านนอก เพื่อทำหน้าที่เก็บแสงโดยตรงไว้สำหรับการตกแต่งภายใน แสงที่เข้ามาในบ้านจะเป็นแสงที่สะท้อนจากวัตถุภายนอก

ศาสตราจารย์ด้านสถาปัตยกรรม Juhani Pallasmaa ได้เขียนในบทความ Dwelling in Light ของเขาไว้ว่า “เงามีความสำคัญเนื่องจากพวกมันจำกัดการมีอยู่ของแสง มันกำหนดความลึกและความคมชัดของการมองเห็น สิ่งนี้ตอบสนองความต้องการความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัย แต่ยังช่วยเพิ่มความรู้สึกอ่อนไหวด้านความสวยงามได้ด้วยกัน”

‘แสง’ กับความสวยงามในงานออกแบบ

สำหรับเจ้าของบ้าน การออกแบบที่เริ่มจากทางเข้าห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร และห้องนอน แต่ละห้องจะมีระดับแสงที่แตกต่างกันออกไป รูปแบบของแสงสอดคล้องกับการใช้งานของห้อง และไลฟ์สไตล์ของเจ้าของบ้าน รวมถึงการใช้เงาผ่านเอฟเฟกต์การตกแต่งบนพื้นและผนังของแต่ละพื้นที่ แสงทางอ้อมยังเป็นการสะท้อนจากแสงธรรมชาติ หรือแสงประดิษฐ์จากวัตถุเพื่อสร้างลวดลายบนพื้นผิว รูปแบบที่เราต้องการสามารถเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการออกแบบอาคารได้ “แสงแดดไม่เคยรู้ว่ามันยิ่งใหญ่เพียงใด จนกระทั่งมันกระทบกับด้านข้างของอาคาร หรือส่องสว่างเข้ามาภายในห้อง” Louis Kahn เสริม

นักออกแบบจึงต้องกำหนดแนวความคิด เกี่ยวกับพื้นที่ของบ้านหรืออาคาร ให้สอดคล้องกับการทำงานตามธรรมชาติของร่างกายมนุษย์ การออกแบบและการเลือกใช้วัสดุ สามารถส่งผลต่อความรู้สึกของเรา เมื่อเราก้าวเข้าไปในพื้นที่อย่างห้องน้ำหรือห้องนอน ในตอนเช้าหรือตอนเย็น ซึ่งให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน การออกแบบที่ดี ต้องใส่ใจในการสร้างประสบการณ์ และความละเอียดอ่อนของพื้นที่สว่างและมืดอยู่เสมอ

‘แสง’ กับการเลือกใช้งานวัสดุ

เพื่อให้มีการควบคุมปริมาณของแสงที่เข้ามาในตัวอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นักออกแบบอาจเลือกใช้งานเป็นแผงบานเกล็ดอลูมิเนียม หรือ ‘Architectural Louvers’ ซึ่งมีลักษณะบานเกล็ดที่หลากหลายอย่าง แผงบังแดด (Sun Louvers) บานเกล็ดระบายอากาศ (Ventilation Louvers) หรือระแนงตกแต่ง (Open Decorative Louvers) ซึ่งแต่ละรูปแบบก็มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน ตามความเหมาะสมของพื้นที่ใช้งาน สามารถปรับองศาให้สอดคล้องกับมุมตกกระทบจากแสงแดดภายนอก ซึ่งเป็นรายละเอียดที่จำเป็นสำหรับการส่งต่อแสงและเงาให้กับพื้นที่ภายใน

ส่วนการกรองแสงที่เข้ามาในพื้นที่ภายใน สำหรับงานอาคารนั่นมีตัวเลือกที่หลากหลาย อย่างการใช้วัสดุแผ่นอลูมิเนียม ทั้ง Solid Aluminium Cladding และ Aluminium Composite Panel (ACP) มาฉลุเป็นลวดลายต่างๆ (Perforated) ลดความสว่างที่เข้ามาในพื้นที่ภายใน และยังได้รูปแบบที่น่าสนใจ สร้างความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ให้กับเปลือกอาคารภายนอก (Façade) หรือหากเป็นอาคารขนาดใหญ่ ที่มีพื้นที่เปลือกอาคารมาก ก็นิยมเลือกใช้เป็น ‘ครีบอาคาร’ (FIN) ที่มีลักษณะเป็นระแนงขนาดใหญ่ จัดวางอย่างเป็นระบบโดยมีระยะห่างที่เหมาะสม เพื่อสร้างร่มเงาให้กับพื้นที่ภายในอาคาร ซึ่งต้องเป็นวัสดุที่มีขนาดแผ่นใหญ่ มีน้ำหนักเบา และมีความทนทานอย่าง Aluminium Honeycomb Panel (AHP) ซึ่งเป็นนวัตกรรมในกลุ่ม Composite Panel โดยการนำแผ่นอลูมิเนียมมาประกบกันแบบแซนวิช โดยมีไส้กลางเป็นโครงสร้างแบบรังผึ้ง ทำให้เกิดแสงและเงาที่เป็นจังหวะที่เหมาะสมกับสัดส่วนของตัวอาคาร

แม้ว่าในปัจจุบัน เทคโนโลยีจะสามารถประดิษฐ์ดวงไฟ ที่สร้างสรรค์รูปแบบของแสงได้หลากหลายเพียงใด  แต่แสงธรรมชาติที่มีความแตกต่างกันไปตามช่วงเวลา ให้ความหมายต่อความรู้สึกของมนุษย์เราอยู่เสมอ สถาปัตยกรรมเองก็ต้องทำงานร่วมกับแสงในมิติต่างๆ จนอาจกล่าวได้ว่า การเลือกวัสดุหรือโครงสร้างของสถาปัตยกรรม คือการตัดสินใจเพื่อตอบสนองแก่แสงธรรมชาติ และบริบทของสิ่งแวดล้อมในบริเวณนั้นนั่นเอง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก:

  • antonialoweinteriors.com
  • www.houzz.com
  • www.archdaily.com
  • ooiio.com

สอบถามข้อมูลวัสดุ: http://m.me/famelinegroup

ติดตามข้อมูลวัสดุ: https://lin.ee/gXR26yi

บทความที่เกี่ยวข้อง

Article

เจาะลึกวัสดุ ‘Aluminium Honeycomb Panel’ น้ำหนักเบากว่า… แต่ทำไมยังแข็งแรงและทนทาน

ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมการก่อสร้างมากขึ้น พื้นที่ส่วนต่างๆ ของอาคารจึงได้รับการพัฒนา เพื่อให้มีรูปแบบที่ซับซ้อน และมีเอกลักษณ์ที่เป็นลักษณะเฉพาะตัว โดยเฉพาะกับวัสดุที่ใช้ห่อหุ้มอาคาร ซึ่งวัสดุอย่าง Aluminium Honeycomb Panel (AHP) ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่จะตอบโจทย์การใช้งานของสถาปนิกได้มากกว่า

Article

ทำไมวัสดุ ‘อลูมิเนียม’ จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม ในการใช้ปกป้องผิวอาคาร

จากการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ทำให้วัสดุ ‘อลูมิเนียม’ เป็นหนึ่งในวัสดุที่ถูกใช้งานมากที่สุด โดยเฉพาะกับในอุตสาหกรรมการก่อสร้างเป็น ‘วัสดุปิดผิวอาคาร’ ที่สามารถออกแบบได้อย่างไร้ขีดจำกัด ด้วยคุณสมบัติที่เหนือกว่า

Article

‘ปัญญาประดิษฐ์’ และ ‘สถาปัตยกรรม’ อนาคตที่เหนือกว่าจินตนาการ

ในปัจจุบันมีซอฟต์แวร์ที่สามารถแปลงข้อความให้เป็นภาพในจินตนาการที่ดูสมจริงจนน่าขนลุก และกลายเป็นกระแสฮือฮาทางอินเทอร์เน็ตมาแล้ว จนนำไปสู่ข้อถกเถียงที่ว่า ‘ปัญญาประดิษฐ์’ ลักษณะนี้จะส่งผลต่ออนาคตของการออกแบบและสถาปัตยกรรมได้อย่างไร?

Article

ความแตกต่างระหว่าง Aluminium Composite Panel และ Solid Aluminium Panel

‘อลูมิเนียม’ เป็นหนึ่งในวัสดุโลหะที่ได้รับความนิยมในอุตสาหกรรมการก่อสร้างอาคาร ซึ่งหลายๆ คนน่าจะเคยได้ยินชื่อของวัสดุอย่าง Aluminium Composite Panel และ Solid Aluminium Panel มาบ้างแล้ว ซึ่งวัสดุทั้งสองชนิดนี้มีความแตกต่างกัน

Article

เพิ่มเติมมิติของการออกแบบ ‘ชายคา’ ด้วยวัสดุฝ้าอลูมิเนียมแบบเส้น

การเลือกใช้วัสดุตกแต่ง ‘ฝ้าชายคา’ สำหรับงานบ้านพักอาศัยหรืองานอาคาร ก็ย่อมมีความต้องการแตกต่างกันออกไป ซึ่งฝ้าอลูมิเนียมแบบเส้น (Linear Ceiling) สามารถใช้ตกแต่งฝ้าชายคาร่วมกับงานออกแบบได้ทุกประเภท

Article

‘Architecture Trend 2023’ กับสถาปัตยกรรมที่ต้องโดดเด่นอย่างยั่งยืน

เมื่อโลกในยุคเทคโนโลยี กำลังให้ความสำคัญกับความสะอาดปลอดภัย และความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น นักออกแบบจึงต้องมองหาการเลือกใช้วัสดุ และโซลูชั่นใหม่ๆ ที่จะตอบโจทย์จินตนาการในงานออกแบบ ในขณะเดียวกัน ก็ต้องส่งเสริมการใช้ชีวิตในสังคมให้มีความยั่งยืนด้วย